- +

Author Topic: ห้องเรียนถ่ายภาพ  (Read 17744 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline The Tourist

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 2,369
  • ผีแดงเข้าสิง
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #15 on: 28/10/2008 , 13:08:41 PM »
นอกจาก จะเน้นที่ตัววัตถุหลักแล้ว ก็ยังนำเอา
.ฉากหน้า และ ฉากหลังมาตกแต่ง..ประกอบไปในภาพด้วย
ถ้าเรานำ โครงสร้างองค์ประกอบทั้ง 3 อย่างมาประกอบกันเป็นภาพได้อย่างลงตัว
ก็จะสามารถทำให้ ภาพที่เราได้สร้างสรรขึ้นมามีความสะดุดตาน่ามองมากขึ้น


(ข้อควรระวัง อย่างยิ่งก็คือ... การตกแต่งมากไปจะทำให้ภาพรก
ตัววัตถุหลัก จะ โดนเบียด หรือ โดนบังจนไม่เด่น)





 

“สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
เพราะใจถือ จึงเป็นทุกข์ ไม่สุขใส
ใจไม่ถือ จึงเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ
เราอยากได้ ความสุข หรือทุกข์นา”

Offline The Tourist

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 2,369
  • ผีแดงเข้าสิง
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #16 on: 28/10/2008 , 18:13:53 PM »
..การนำเสนอภาพถ่าย ในรูปแบบของ .
“องค์ประกอบเชิงเดี่ยว”

คือ การนำเสนอวัตถุ หรือ เรื่องราวอย่างใดอย่างหนึ่ง
ที่เห็นแล้วก็เกิดความเข้าใจได้ทันทีว่า อะไร หรือ ใคร เท่านั้นเอง
ไม่มีส่วนต่อขยายไปมากกว่านี้


“จะเป็นภาพที่เน้นความสวยงาม เช่น
ภาพดอกไม้สีสวยสด ท้องฟ้า ก้อนเมฆ รถยนต์ สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ
หรือแม้กระทั่ง วัตถุต่างๆที่ดูแปลกตา น่าสนใจ”
ภาพที่ได้จะดูน่าสนใจหรือไม่
ก็ขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบที่ทำให้ภาพสวย






 

“สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
เพราะใจถือ จึงเป็นทุกข์ ไม่สุขใส
ใจไม่ถือ จึงเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ
เราอยากได้ ความสุข หรือทุกข์นา”

Offline The Tourist

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 2,369
  • ผีแดงเข้าสิง
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #17 on: 28/10/2008 , 18:15:50 PM »
วิธีการนำเสนอ ภาพองค์ประกอบเชิงเดี่ยว ทำได้ 2 วิธีคือ..

1...การถ่ายภาพ “โดยรวม”.
จะต้องถ่ายให้ ตัววัตถุ อาคารสานที่ สถาปัตยกรรม ที่เราต้องการ ให้เห็น
"อย่างครบถ้วน ไม่ขาดไม่แหว่ง"





 

“สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
เพราะใจถือ จึงเป็นทุกข์ ไม่สุขใส
ใจไม่ถือ จึงเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ
เราอยากได้ ความสุข หรือทุกข์นา”

Offline The Tourist

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 2,369
  • ผีแดงเข้าสิง
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #18 on: 28/10/2008 , 18:17:59 PM »
2.การถ่ายภาพ ..“แบบเจาะเฉพาะส่วน” .

คือ "การถ่ายภาพ เพียงบางส่วน หรือเสี้ยวหนึ่ง ส่วนหนึ่งส่วนใด"
ของตัววัตถุ อาคาร หรือสถาปัตยกรรม
โดย จะต้องตอบให้ได้ว่า...
บริเวณที่เราถ่ายเจาะ และ เน้นไปยังที่บริเวณดังกล่าว
“มันแสดงให้เห็นถึง จุดเด่น หรือเอกลักษณ์
ของตัววัตถุ หรือ สถาปัตยกรรมนั้นๆ อย่างไร?”
หรือพูดอีกอย่างก็คือ วัตถุ หรือ สถาปัตยกรรมนั้นๆ
“มีอะไรเป็นจุดเด่น” ก็ “ถ่ายเน้นไปยังบริเวณที่เป็น จุดเด่น อันนั้น” นั้นๆ





 

“สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
เพราะใจถือ จึงเป็นทุกข์ ไม่สุขใส
ใจไม่ถือ จึงเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ
เราอยากได้ ความสุข หรือทุกข์นา”

Offline The Tourist

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 2,369
  • ผีแดงเข้าสิง
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #19 on: 28/10/2008 , 18:20:58 PM »
การนำเสนอภาพถ่ายในรูปแบบของ
.“องค์ประกอบเชิงซ้อน..”

เป็นการนำเสนอ ภาพถ่ายด้วยการ นำเอาองค์ประกอบหลายๆอย่าง เช่น
เรื่องราว กิจกรรม หรือ สิ่งของต่างๆ หลายๆสิ่งหลายๆอย่าง มาประกอบกัน
เพื่อที่จะ เล่าเรื่อง หรือ อธิบาย เรื่องราวความเป็นไปภายในภาพ
ถ้าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป การเล่าเรื่องราวนั้นก็จะไม่สมบรูณ์ ไม่มีความชัดเจน
เช่น อะไร หรือใคร จะต้องมีส่วนองค์ประกอบที่เข้ามาขยายความ.....
ว่า ...ทำอะไร..หรือ..ทำที่ไหน..และอย่างไร...เป็นต้น




ซึ่งการนำเสนอภาพถ่ายด้วยการจัดองค์ประกอบภาพเชิงซ้อน
จะทำให้ภาพถ่ายนั้นๆ ดูน่าสนใจ
เล่าเรื่องราวอย่างเจาะลึก
มีมุมมองให้ค้นหาอย่างมากมาย
ภาพในลักษณะนี้มักจะใช้เล่าเรื่อง
หรือบรรยายความเป็นเอกลักษณ์
หรือ ความเป็นนามธรรม เช่น
ภาพธรรมชาติที่เป็นวิวธรรมชาติ ที่มีลักษณะเฉพาะของสถานที่
ภาพที่แสดงความเป็นเมือง ภาพบรรยาย “เหตุการ” ภาพบรรยาย “เรื่องราว”
ที่มีอยู่เป็นอยู่ไม่ว่าจะเป็นจากสถานที่จริงเหตุการจริงหรือจัดฉากก็ได้ทั้งสิ้น





ภาพแนวนี้ จะเป็น แนวภาพที่ ช่างภาพโดยทั่วไป
นิยมสร้างสรร ขึ้นมาเพื่อนำเสนอผลงานของตนให้มีเอกลักษณ์
รวมไปถึง การสร้างงานภาพถ่ายเพื่อส่งประกวด
ซึ่งเราอาจจะสังเกตได้ว่า ภาพถ่ายเชิงเดี่ยว
มักจะไม่ค่อยได้รับความสนใจ ในแวดวง ของงานแสดงภาพถ่าย
หรือ มักจะตกรอบแรก ในการประกวดภาพ
ไม่ใช่ว่าภาพ องค์ประกอบเชิงเดี่ยวไม่มีคุณภาพ
แต่เป็นเรื่องของ การกำหนดคุณสมบัติในด้านการสื่อสารของภาพประกวด
หรือ ภาพโชว์ ที่มักจะต้องการภาพถ่ายที่นำเสนอมุมมองหลายๆอย่าง
หรือ เล่าเรื่องราวอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ การบอกว่า มันคืออะไรแล้วก็จบ




 

“สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
เพราะใจถือ จึงเป็นทุกข์ ไม่สุขใส
ใจไม่ถือ จึงเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ
เราอยากได้ ความสุข หรือทุกข์นา”

Offline น้าหนึ่ง โสด

  • บ้า..500
  • *****
  • Posts: 904
  • Gender: Male
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #20 on: 29/10/2008 , 8:33:39 AM »
 ::) ??? อิอิ สงสัย หา นางมาแก้แบบ ดี ก่า อุอุอุอุ :D

Offline Black Diamond

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 1,862
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #21 on: 30/10/2008 , 11:46:33 AM »
::) ??? อิอิ สงสัย หา นางมาแก้แบบ ดี ก่า อุอุอุอุ :D

แก้แล้ว ถ่ายแบบเจาะเฉพาะจุดดีก่า คุกๆๆ  :P

Offline J-det (003)

  • โคตรบ้า
  • ***
  • Posts: 4,683
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #22 on: 30/10/2008 , 16:05:20 PM »
วันนี้มาเป็นนักเรียน... :D :D

สุดยอดครับ...นับถือเจงๆๆๆๆๆ... :) :)

Offline The Tourist

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 2,369
  • ผีแดงเข้าสิง
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #23 on: 30/10/2008 , 17:50:29 PM »
นำมาจากเว็บไซต์สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย โดยสมาิชิกชื่อ go_med

http://www.rpst-digital.org/forum/showthread.php?t=16250&page=6&pp=15

จุดตัด 9 ช่อง

เป็นหลักการ ที่ใช้พิจารณา ในการวางตำแหน่งของ วัตถุหลัก ภายในภาพ

หลังจากที่เราได้เข้าใจในเรื่องขององค์ประกอบหลักๆภายในภาพแล้ว
ต่อไปก็ถึงเวลาที่เราจะได้เริ่มมาทำความรู้จัก
กับ การวางตำแหน่ง ตัววัตถุหลักที่เราต้องการนำเสนอ กัน
คำว่าจุดตัด 9 ช่อง
นั้นมาจาก การลากเส้นสมมุติ ขึ้นมาภายในภาพ
เพื่อ ใช้เป็นแนว ในการวัด หรือ กะประมาณ
เพื่อเป็นเส้นอ้างอิง สำหรับการวางตำแหน่งวัตถุ ภายในภาพถ่ายของเรา

เส้นตรง 2 เส้นในแนวตั้ง และ เส้นตรง 2 เส้นในแนวนอน
ถูกกำหนดขึ้นมา ตามภาพตัวอย่าง
จุดตัดที่เกิดขึ้นจากเส้นทั้ง 4 เส้น จะถูกใช้เป็นจุดสำหรับวาง วัตถุหลัก
ที่เราต้องการนำเสนอ สรุปอย่างสั้นๆก็คือ

“ไม่ควรวางตัววัตถุหลัก เอาไว้กลางภาพ”






 

“สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
เพราะใจถือ จึงเป็นทุกข์ ไม่สุขใส
ใจไม่ถือ จึงเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ
เราอยากได้ ความสุข หรือทุกข์นา”

Offline The Tourist

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 2,369
  • ผีแดงเข้าสิง
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #24 on: 30/10/2008 , 17:52:10 PM »
ถามว่า ถ้าเอาตัววัตถุหลัก “วางไว้ตรงกลาง” จะผิดหรือไม่?

คำตอบคือ... ไม่ผิด แต่ค่าเฉลี่ยของภาพที่สวยงาม...

มักจะเกิดขึ้นกับภาพที่ จัดองค์ประกอบภาพด้วยการนำตัววัตถุหลัก
วางเอาไว้ตรงบริเวณขอบภาพ  มันเป็นค่าเฉลี่ยครับ

แต่ก็มีบางกรณี ที่การวางตำแหน่งตรงกลางเป๊ะ ดูน่าสนใจ
เพื่อให้การนำเสนอภาพ เป็นไปในลักษณะ "แสดงความสมดุลย์"





 

“สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
เพราะใจถือ จึงเป็นทุกข์ ไม่สุขใส
ใจไม่ถือ จึงเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ
เราอยากได้ ความสุข หรือทุกข์นา”

Offline NooKapi

  • Global Moderator
  • โคตรบ้า
  • ********
  • Posts: 4,598
  • Gender: Female
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #25 on: 30/10/2008 , 23:30:45 PM »
 :D น้องฉันมันสอนเรืองยากๆให้เข้าใจได้ง่ายดีแฮะ...แปะๆๆ






แระก้อขอบใจนะที่ชม  :P  คนถ่ายมันดูดี...ถ่ายอะไรก้อดูดีตามกันไปน่ะ คุกๆๆ กล้องเก่าๆของฉันฟูจิ สี่ล้านพิก ก้อถ่ายคนหน้าตาไม่ดี ให้ดูดีได้เหมือนกัน อิอิ
« Last Edit: 17/11/2009 , 23:37:20 PM by แจ๊บ :) »
ฉันไม่เคยเจอใคร ไม่ขวา ไม่ซ้าย ไม่สมบูรณ์ไป ไม่มองแง่ร้าย หรือเอาแต่ใจ แต่มีอะไรไม่ธรรมดา - SCRUB

BlueBoy(Escape)

  • Guest
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #26 on: 31/10/2008 , 20:46:56 PM »
มานั่งหลังห้อง...ขอเรียนด้วยคนครับ :)

Offline BeeR

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 1,558
    • BeeR - Photo Gallery
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #27 on: 03/11/2008 , 9:52:19 AM »
มาเขียนต่อนะครับ

จริงๆแล้ว ที่ผมพูดไปว่า การที่รูปจะได้แสงพอดี ไม่มืดไป ไม่สว่างไป มันมีตัวแปร 3 ตัว   
คำถามต่อมาคือ  แล้วกรูจะรู้ได้ไง(วะ)  ถ้าฉันเลือกค่ารูรับแสง (f) เท่านี้ แล้วฉันต้องใช้สปีดชัตเตอร์เท่าไร    ใช้ ISO เท่าไร   

แต่นแต๊นนนน 
กล้องมันมีตัวช่วยครับท่าน     กล้อง SLR ทุกตัว มีโหมดหลักๆให้เลือกคือ
1. Full Auto : ไม่ต้องคิดอะไรเลย   กล้อง SLR ของท่านจะทำตัวเหมือนกล้องคอมแพกต์ตัวจิ๋วๆ   ยก , เล็ง ,กดชัตเตอร์  แค่นั้น    ตัวแปร 3 ตัวที่ว่า กล้องกำหนดให้หมด
2. โหมด P : โหมดนี้ เรากำหนดค่า ISO เอง     ส่วน ค่ารูรับแสง และสปีดชัตเตอร์ กล้องกำหนดให้ตามสมควร
3. โหมด A : กล้องแคนอน เรียกว่า AV = Aperture Value (ค่ารูรับแสง)ไม่ใช่ Adult Video แต่อย่างใด  เป็นโหมดที่ผมใช้บ่อยที่สุด   เพราะเรากำหนดค่ารูรับแสง (ค่า f) ด้วยตัวเอง    ค่า ISO ก็กำหนดเอง   ส่วนสปีดชัตเตอร์ กล้องจัดการให้   ทำไมผมชอบน่ะเหรอ     ก็เพราะ ในการถ่ายรูป  เราเลือกค่ารูรับแสงตามสถานการณ์อยู่แล้ว       ตามที่ได้บอกไป ถ่ายวิวต้องการความชัดลึกหน้าจรดหลัง ก็เลือกรูรับแสงแคบๆ (f มากๆ)
จะถ่ายคน จะเอาชัดตื้น หน้าชัด หลังเบลอ  ก็เลือกรูรับแสงกว้างๆ (f น้อยๆ)     สปีดชัตเตอร์ปล่อยให้กล้องมันจัดการให้    แค่นั้นเอง          ว่าแต่ ISO ล่ะ    ผมบอกแล้วว่า ISO พยายามตั้งให้ต่ำที่สุด เท่าที่มือจะถือถ่ายได้นิ่ง      ถ้าเบลอ ก็เพิ่ม ISO แค่นั้น         แล้วถ้าถามต่อล่ะ    ว่า จะรู้ได้ไงว่าสปีดเท่าไร มือถือถ่ายได้นิ่ง    หัวข้อนี้ เดี๋ยวกล่าวถึงตอนท้ายครับ   
4. โหมด S :  กล้องแคนอนเรียกว่า TV = Timing Value หรือ S = speed shutter ไง โหมดนี้ เรากำหนดสปีดชัตเตอร์เอง  และกำหนด ISO เอง    ส่วนค่ารูรับแสงกล้องจัดการให้   
5. โหมด M : อันนี้ลุยโลดครับ  เรากำหนดทุกอย่างเอง จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเราถ่าย  ฮ่าๆ

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #28 on: 03/11/2008 , 11:34:38 AM »
มาแอบหลับ อยู่ข้างหลัง

ถึงตอน ถ่าย Nude แล้วเรียกด้วย
ฮ่ะ ฮ่ะ
 :)
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline BeeR

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 1,558
    • BeeR - Photo Gallery
Re: ห้องเรียนถ่ายภาพ
« Reply #29 on: 03/11/2008 , 13:48:48 PM »
ทีนี้มาดูประเด็นเรื่องภาพเบลอ 

ผมจะบอกว่า ภาพเบลอหรือไม่เบลอ ขึ้นกับช่วงเลนส์เป็นสำคัญ

ดูภาพตามผมนะครับ 

ตามหลักเรขาคณิตเลย  ถ้ามือสั่นเป็นมุม x เท่ากัน จะเห็นว่า AB ยาวกว่า CD   ยิ่งห่างจากจุดยอดมุม ระยะแกว่งยิ่งมาก      สรุปว่า ยิ่งซูมมาก โอกาสภาพเบลอยิ่งมากครับ     ดังนั้น ยิ่งซูมมาก  ยิ่งต้องใช้สปีดชัตเตอร์ให้สูง เพื่อป้องกันภาพเบลอ       

มันมีทฤษฎีว่า  ที่ช่วงเลนส์ x mm.   สปีดต่ำที่สุด เท่าที่มือจะถือได้คือ 1/x วินาที     
สมมติเอาเลนส์คิท ของแคนอน 400D / 350D  เป็นเลนส์ 18-55 mm   ดังนั้น ถ้าถ่ายช่วง wide สุด ที่ 18 mm    เราต้องการสปีดชัตเตอร์อย่างช้าที่สุด 1/20 วินาที    เป็นค่าที่ปลอดภัย     ถ้า 1/30 วินาที  1/40 วินาที ก็ยิ่งลดโอกาสภาพเบลอได้เยอะขึ้นครับ       แต่ถ้า 1/15 วินาที แบบนี้   อาจต้องใช้ขาตั้งกล้องครับ   

แต่หากว่าเราซูมสุด ไปที่ 55 mm   จะเห็นว่า เราสามารถใช้สปีดชัตเตอร์ได้ตั้งแต่ 1/60  ,   1/80  1/100  ไปได้เรื่อยๆเลย       แต่ถ้า 1/40   1/30  หรือต่ำกว่านี้  ควรใช้ขาตั้งกล้องครับ   
สมมติว่าขั้นนี้เนี่ย เราได้สปีดชัตเตอร์ไม่เร็วพอจะอยู่ในระยะปลอดภัย  ให้เพิ่ม ISO ทีละ step นะครับ เช่น จาก 100 ไป 200   จาก 200 ไป 400   จาก 400 ไป 800   เป็นต้น     จนกว่าจะได้ชัตเตอร์ที่ปลอดภัยครับ