- +

Author Topic: KM ... พระราชดำริปาล์มน้ำมันสู่ไบโอดีเซล...กู้วิกฤติชาติยุคน้ำมันแพง  (Read 2416 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Gigolo Broken Heart

  • บ้า..เกินพิกัด
  • **
  • Posts: 1,884
  • Gender: Male
  • อย่าใช้ความรู้ ไปคดโกงใคร ...จงใช้ชีวิตในความดีงาม
    • ... Ford Heart Mania ...
พระราชดำริปาล์มน้ำมันสู่ไบโอดีเซล...กู้วิกฤติชาติยุคน้ำมันแพง

วันนี้ใครๆ ต่างก็พูดถึงน้ำมันไบโอดีเซล ไบโอดีเซลคืออะไร.. คำตอบก็คือไบโอดีเซล หมายถึงน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตจากไขพืชหรือไขสัตว์ มีคุณสมบัติเทียบเท่าน้ำมันดีเซลทั่วไป ตรงกับที่จะนำไปใช้ในการจุดระเบิดเครื่องยนต์ดีเซล

น้ำมันไบโอดีเซลเป็นสารพวกเอสเตอร์ ผลิตจากน้ำมันหรือไขมันของพืชหรือสัตว์ หรือน้ำมันที่เหลือจากการทอดอาหารประเภทจานด่วน แล้วนำมาผ่านกรรมวิธีที่เรียกว่า การเปลี่ยนให้เป็นเอสเตอร์โดยการกรองให้สะอาดแล้วนำมาผสมกับแอลกอฮอล์เพื่อให้ทำปฏิกิริยาโดยมีสารพวกด่างๆ เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์เป็นตัวเร่ง เพื่อให้แปรรูปเป็นเอทิล หรือเมทิลเอสเตอร์ และผลิตภัณฑ์พลอยได้อีกชนิดหนึ่ง ได้แก่ กลีเซอรีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ทำยาและเครื่องสำอาง

แต่จะมีใครรู้บ้างว่าเรื่องของปาล์มน้ำมันและไบโอดีเซลเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยและทดลองทดสอบเป็นเวลานับสิบๆ ปีแล้ว

ผลของการทดลองทดสอบตามพระราชดำริในเรื่องนี้ประชาชนได้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าปาล์มน้ำมันสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์ม และนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้และทรงทดลองให้เห็นเป็นตัวอย่างด้วยพระองค์เองด้วยรถยนต์พระที่นั่งที่ประทับใช้เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เขื่อนคลองท่าด่าน จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2544

ในวันนั้น รถยนต์พระที่นั่งติดสติกเกอร์ท้ายรถว่า “รถคันนี้ใช้มันปาล์ม 100%” อีก 4 ปีต่อมา คือในวันนี้เครื่องยนต์ดีเซลสามารถเติมน้ำมันไบโอดีเซลได้แล้วที่โรงงานผลิต เมทิลเอสเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถานีจ่ายน้ำมันไบโอดีเซลที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เรื่องนี้นับย้อนหลังไปได้ 30 ปี คือในวันที่ 9 กันยายน 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รถพ่วงใช้น้ำมันไบโอดีเซลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เสด็จไปทอดพระเนตร สวนปาล์มน้ำมันของเกษตรกรที่นิคมสร้างตนเองควนกาหลง จังหวัดสตูลและในปีถัดมาได้เสด็จฯ อีกครั้งหนึ่งเพื่อทอดพระเนตรโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแบบชาวบ้านที่โรงงานของนิคมสร้างตนเองควนกาหลง

จนกระทั่งในปี 2526 มีพระราชกระแสมีพระราชกระแสที่ชัดเจนว่า ควรจะมีการส่งเสริมให้เกษตรสวนปาล์มรายย่อยเหล่านี้ ได้มีโอกาสรวมกลุ่มกันทำการสกัดน้ำมันปาล์มในรูปของโรงงานขนาดเล็กที่ใช้เงินลงทุนต่ำ

ทรงเน้นถึงประโยชน์ของปาล์มน้ำมันในทุกๆ ส่วนและไม่ให้ทิ้งส่วนใดไปอย่างไร้ค่า เช่น ทะลายเปล่าก็อาจจะนำมาทำปุ๋ยหรือเพาะเห็ด ส่วนกากปาล์มก็สามารถนำไปใช้เลี้ยงวัว ควายและปลา หรือทำเป็นเชื้อเพลิงแทนไม้ฟืนก็ได้ หากเกษตรกรสามารถแปรรูปน้ำมันดิบให้เป็นปาล์มบริสุทธิ์ ซึ่งสามารถเป็นน้ำมันปรุงอาหาร เนยขาว เนยเทียม สบู่ และผงซักฟอกได้ ก็จะทำให้เกษตรกรมีโอกาสใช้และจำหน่ายผลผลิตนี้เพื่อกินและใช้ในท้องถิ่นของตัวเอง

จากนั้นมีพระราชกระแสให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยสร้างโรงงานสาธิตสกัดน้ำมันปาล์มที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ และในปี 2528 ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรโรงงานนี้ และมีพระราชกระแสเพิ่มเติมให้สร้างโรงงานที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จังหวัดกระบี่เพื่อเป็นโรงงานสาธิตให้กลุ่มเกษตรสวนปาล์มรายย่อยที่มีความพร้อม ทำคู่มือปาล์มน้ำมันและการแปรรูปน้ำมันปาล์มเผยแพร่ รวมทั้งจัดตั้งกองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก

ในปี 2531 พระราชทานพระราชดำริให้จัดสร้างโรงงานสกัดและแปรรูปน้ำมันปาล์มขนาดเล็กที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส อีกแห่ง โดยนำผลผลิตปาล์มน้ำมันมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ และแปรรูปต่อเนื่องจนถึงขั้นบริโภค เน้นการสาธิตให้เกษตรกรมาศึกษาหาความรู้และเห็นประโยชน์ว่าปาล์มน้ำมันสา-มารถนำมาทำอะไรได้บ้าง และเมื่อเข้าใจแล้วจะได้นำไปปลูกในพื้นที่ของตนต่อไป

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการใช้น้ำมันปาล์มโอเลอีนบริสุทธ์และเมทิลเอสเตอร์เดินเครื่องจักรกลการเกษตรที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ มีพระราชกระแสว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการใช้น้ำมันปาล์มผสมน้ำมันดีเซลเพื่อใช้ในเครื่องจักรกลการเกษตร ควรทดลองทำในเชิงธุรกิจลักษณะสถานที่จำหน่ายในสหกรณ์นิคมอ่าวลึกจังหวัดกระบี่ และมีพระราชประสงค์จะสนับสนุนโครงการนี้เป็นการส่วนพระองค์”

การศึกษาทดลองและพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตจึงดำเนินการเรื่อยมา จนในวันนี้โรงงานทั้ง 3 แห่ง สามารถสนองพระราชดำริได้อย่างครบถ้วน ทั้งในเรื่องการสกัดน้ำมันปาล์มดิบ การกลั่นน้ำมันปาล์มดิบเป็นปาล์มโอเลอีนบริสุทธิ์ ผลิตเนยขาว เนยเทียมจากไขเสตียรินบริสุทธิ์ รวมทั้งผลิต สบู่ซักล้าง สบู่ฟอกร่างกาย และนำไปใช้เร่งน้ำยางพาราได้เป็นผลสำเร็จ

ที่สำคัญผลการทดลองใช้น้ำมันไบโอดีเซลกับขบวนรถไฟดีเซลรางสายหาดใหญ่สุไหง-โกลก โรงงานอุตสาหกรรม รถยนต์ของมหาวิทยาลัยฯ รถลากพ่วง รถบรรทุกเครื่องจักรกลการเกษตรและบุคคลภายนอกได้ผลน่าพอใจมากและเป็นผู้ที่ได้ทดลองใช้ต่างพูดกันว่าใช้แล้วควันรถไม่ดำ ไม่มีกลิ่นเหม็น กำลังรถดีเหมือนเดิม ส่วนรถบรรทุก 6 ล้อ กำลังรถดีกว่าเดิม การติดเครื่องยนต์เป็นปกติ มีเพียงรถ 6 ล้อ และเครื่องสูบน้ำที่ต้องสตาร์ต 2 ครั้ง

เมื่อราคาน้ำมันดีเซลในปัจจุบันมีการปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด และเงื่อนไขบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้มีผู้มาขอซื้อน้ำมันไบโอดีเซลเป็นจำนวนมากขึ้น จนโรงงานผลิตไม่ทันจำหน่าย ทำให้มหาวิทยาลัยฯ และศูนย์การพัฒนาพิกุลทองฯมีแผนงานที่จะขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อให้ทันแก่ความต้องการของผู้ใช้

และเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มเพิ่มเติมอีกว่า “น้ำมันปาล์มทราบดีว่าเป็นน้ำมันที่ดีใช้งานได้ ใช้บริโภคแบบใช้น้ำมันมาทอดไข่ มาทำครัว เอาน้ำมันปาล์มมาใส่รถดีเซลได้ กำลังของน้ำมันปาล์มนี้ดีมากได้ผล เพราะว่าเมื่อมาใส่รถดีเซลไม่ต้องทำอะไรเลย ใส่เข้าไปแล่นได้ คนที่แล่นบอกว่าหอมดี...”

ณ วันนี้ ปาล์มน้ำมันจึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีผู้สนใจที่จะปลูกกันมากขึ้น แม้ว่าปาล์มน้ำมันจะเป็นพืชยืนต้นที่ทนทานต่อภัยธรรมชาติ แต่มีสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงควบคู่ไปด้วยก็คือความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ สภาพอากาศ ความชื้น และยังต้องระมัดระวังสายพันธุ์ที่จะปลูกด้วย มิฉะนั้นแล้วสิ่งที่ลงทุนไปทั้งหมดนั้นก็อาจไม่คุ้มค่าและคุ้มทุนได้

ทั้งหมดนี้คือ พระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมองเหตุการณ์ไปไกลกว่าที่ใครๆ จะนึกถึงกัน ทรงมองเห็นคุณค่าของปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นเพียงพืชวัตถุดิบที่มีในบ้านเมืองเราที่มีศักยภาพจะเป็นเชื้อเพลิงทดแทนได้ในยามที่ทั่วโลกจะต้องพึ่งพา เมื่อถึงภาวะวิกฤตทางด้านน้ำมันและอดทนรอผลแห่งความสำเร็จของกระบวนการพัฒนาจนกลายเป็นไบโอดีเซลมาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะมีการตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานทดแทนกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้

พระราชดำริเมื่อ 30 ปีที่แล้วประสบชัยชนะแห่งการพัฒนาแล้วในวันนี้..



อรอนันต์ วุฒิเสน/มูลนิธิชัยพัฒนา

หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ประจำวันที่ 22 มี่นาคม พ.ศ. 2549 หน้า 8



... ที่มา ...

http://jeep.thailandoffroad.com/board/question.asp?page=6&id=J29510
« Last Edit: 10/01/2008 , 12:51:50 PM by Gigalo Broken Heart »
... FHM ...
   ... มิตรภาพ ...
      ...  ผูกพัน   ...
         ... แบ่งปัน ...
            ... เสียสละ ...

        &  No More FORD