- +

Author Topic: พิ้งค์ ฟลอยด์ ตำนานแห่ง โปรเกรสสีฟ ร็อค  (Read 6314 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die

Pink Floyd live at the Pompeii
ราว ๆ ปี 1972 ได้ทำการบันทึก การแสดงสดโดยไม่มีคนดู โดยเป็นแนวคิดของผู้กำกับ ที่ในยุคนั้นที่มีภาพยนต์ คอนเสิรท์ wookstock สมัยนั้นไม่มีกล้องวิดิโอต้องบันทึกลงบนฟิลม์ 35 มม.

โดยพากัน ยกขบวนไปถ่าย ที อิตาลี โดยบันทึกเสียง และภาพใน amphitheatre ก็คือในโรงละครกลางแจ้งโบราณ ที่ เมือง ปอมเปอี  โดยเป็นเพลง ในอัลบั้มในชุดแรกๆ  มาเล่น เป็นแสดงสด แต่ไม่มีคนดู เอาไว้ฉายในโรงภาพยนต์ มีภาพโมเสค ภาพเพ้นท์โบราณ สวย ประกอบเพลง ในชุดนี้ มีการ remaster หลายครั้ง ล่าสุดนี่ เอา version ที่ไม่มีการตัด เป็น dvd ออกมา

อันนี้ เป็น เวอร์ชั่น แรก ๆ

http://www.youtube.com/watch?v=u9290Lz_LBo

ในเพลงที่ 7 ในนาที ราว ๆ 49 ในเพลง madenoiselle nobs เป็นการเอาหมา มานอนร้องเพลงให้ฟัง  เสียงหมาจริง ๆ   สงสัยเสียง ฮาร์โมนิก้า มันจะไปรบกวนโสตประสาทของหมา มันเลยหอนตาม ฟังเสียงคนร้องเพลงมาเยอะ

ลองฟังหมาร้องเพลงดูครับ
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
แล้วก็มาถึง ชุดที่ 9 ในปี 1975  นั่นคือ ชุด Wish You Were Here ซึ่ง เป็นชุดที่ 2 ที่ แนวคิด เค้าโครงต่าง ๆ ในด้านเนื้อเพลง ที่มาจาก Roger Waterและ เป็นตอนที่ 2 ที่ เขียนถึงด้าน มืดของ Sydd Barrett ซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิท ของ Roger Water ซึ่ง Roger เองในตลอดเวลาที่ผ่านมา จนถึงในปัจจุบันนี้ เขาก็ยัง รำลึกถึง เพื่อนของเขาคนนี้  สำหรับทำนอง การเรียบเรียง ก็เป็นหน้าที่ของ Gilmour และ Wright

ซึ่ง Sydd เองว่ากันว่า มีอาการป่วยทางจิต  ถ้าจากประมวลดู เหมือนคนที่ แอนตี้สังคม หลีกหนีสังคม ไม่ว่าจะทรมาณตนเอง โดยการกินให้อ้วน ซึ่งการเป็นตัวตนของ Syddในช่วงนี้ Roger เองก็เอามาใส่ในหลายอัลบั้ม ต่อมา

ในความรู้สึกของเพื่อน ๆ  ก็อาจจะว่า นะ ว่า รักเพื่อน ก็รักอยู่ แต่เพื่อน เพี้ยนเกิน เดี๋ยวจะพากันวงแตก เสียก่อน

อัลบั้มชุดนี้ ประสบความสำเร็จ อย่างมากเช่นกัน โดยเพลงขึ้นอันดับ 1 ในชารท์ สำคัญ ๆ ในหลายประเทศ อันนี้ เป็นแสดงสด ที่ไม่มี Roger Water ร่วมงานแล้ว

http://www.youtube.com/watch?v=2eraVXLPgD4

เนื้อเพลง Water เป็นคนแต่ง แต่ Gilmour เป็นคนร้อง ถ่ายทอดอารมณ์ ของคนที่สงสารเพื่อน แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร


อันนี้ เป็น acoustic ที่เล่นโดย Gilmour ใครชอบฟัง แบบ acoustic ต้องฟังเต็ม ๆ ครับ เป็น concert live at Robert Wyatt's Meltdown  เมื่อปี 2001

http://www.youtube.com/watch?v=3j8mr-gcgoI

ถ้าเต็ม ๆ ทั้ง Concert ก็ตามนี้ครับ
http://www.youtube.com/watch?v=tqgaxizlx7g
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
ในปี 1977 อัลบั้มชุด Animals ที่เป็นชุดที่ 10  ที่เป็นแนวคิดของ Water อีกเช่นกัน  โดยในชุดนี้ ก็เหมาร้องเองเกือบหมดในช่วงนี้ ทางวง ก็เริ่มจะมีปัญหา ซึ่งกัน และกัน ระหว่าง Wright กับ Water ซึ่งเป็นปัญหาของ Water ที่มักจะแยกตัวออกมาและคิดว่า วงประสบความสำเร็จ เพราะตัวเองคนเดียว 

ในชุดนี้ เป็นการนำเอาแนวคิด มาจากบทประพันธ์ เรื่อง animal farmเท่าที่ดูรูปการณ์แล้ว Dave Mason น่าจะเป็นคนที่ไม่ค่อยอะไรมากนัก ว่ายังไง ก็ได้ ขอให้บอกมา ส่วน Wright เองน่าจะเป็นประเภทกรู ไม่เอา ก็หนีแม่งเลย  พูดยังไง ช่างแม่ง อะไรประเภทนี้  ส่วน Dave Gilmour น่าจะเป็นคนที่คอยประสาน ระหว่างเพื่อน ๆ

เพราะต่างคน ก็ต่างเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ ยังเรียนหนังสือ ถ้าจะทวนความหลังแล้ว Dave Gilmour เข้ามาทีหลังเพื่อน ในช่วงแรก ๆ เองก็ไม่ได้มีบทบาท อะไรมากนัก เล่นเป็นตัวแทน ไม่ได้เป็นตัวจริง ด้วยซ้ำ

ส่วน Water เป็นประเภท น่าจะเผด็จการ ตัวเองวางแนวคิด ส่วนใหญ่ ทุกคนต้อง ทำตามที่ใจตัวเองต้องการ  ซึ่งทำให้ Water เองเริ่มแปลกแยกจากเพื่อน มากขึ้น

ซึ่งก็เข้าใจว่า Water เองน่าจะเก่งเรื่องการวางโครง แนวคิดเนื้อเรื่อง เนื้อร้อง แต่ในเรื่องของ ทำนอง การเรียบเรียง อาจจะสู้ Gilmour ไม่ได้

และ Gilmour เอง ก็สามารถสื่อสาร กับ Wright ได้ดี ในเรื่องของ ทำนอง และเสียง ที่ใช้  (ในสมัยนั้น เสียงต่าง ๆ ยังเป็น อนาล็อก ซึ่งการปรับแต่ง ซับซ้อนพอสมควร)
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
ต่อมาในปี 1979  ได้ออกอัลบั้มชุด The Wall ชุดนี้ เป็นแผ่นเสียงคู่  มีสองแผ่น สี่หน้า ฟังกัน เมื่อยหูกันไปเลย  ชุดนี้ แนวคิด มาจาก Roger Water อีกเช่นเคย   

แนวคิดชุดนี้ มาจากหลัก ๆ สองคน คือ ตัวของ Water เอง ซึ่งเล่าเรื่อง ตนเองตั้งแต่เด็ก ที่สูญเสียพ่อไปในสงครามโลกครั้งที่ สอง จนถึงเล่าถึงแม่
และการศึกษาในขณะนั้น คือ เด็กไม่สามารถแสดงความเห็นของตัวเอง  ถ้าเคยโรงเรียนประจำฝรั่ง แบบพี่โต  อาจจะเห็นภาพชัดขึ้น พอเริ่มโตขึ้น ก็จะเริ่มเอาบุคลิกภาพ และเพ้อฝันของ Sydd Barrett มาผสม   ทั้งหมดเป็นชีวิตในวัยเด็ก ของ Water  และชีวิตตอนโตของSydd

จนจบชุดนี้ สองแผ่น สี่หน้า โดยสรุปคือ เล่าเรื่องปูพื้น มาจน สร้างกำแพงกั้น ตัวเอง หลีกหนี สังคม  เมายา เพี้ยน  จนเกือบตาย สุดท้ายก็กลับมาเป็น Water

ที่สรุปเหมือน โลกนี้ คือละคร ละครยังไม่จบ ต้องสู้กันต่อไป หนีไปถือศีล ก็ไม่มีประโยชน์ สู้กับมันไป ไรพวกนี้ล่ะ

ลองหาเนื้อเพลงมาอ่านดู  ก็อปปี้ ไปแปลใน กูเกิ้ล ก็ได้ อ่านแล้ว ฟังเพลงไปด้วย ก็เพลินดี ครับ แต่อย่าไปจริงจังกับมันมาก
ส่วนมากเราจะ คุ้นเคยกับ  เพลง In the flesh, The thin ice, another brick in the wall part1,The happiest days of our lives, Anothe brick in the wall part2
Mother

ทั้งหมดข้างบน อยู่ใน หน้าแรก แผ่นแรก เพราะฟังต่อไป เริ่มเครียด     เพลงพวกนี้ ฟังนาน ๆ แล้วเครียด  ฟังตอนแรกไม่ติดหูครับ ต้องฟังนาน ๆ เอาอารมณ์ เอาเนื้อหา แล้วเครียด แล้วก็ชอบ  ถ้าไม่ชอบ ก็พาล เลิกฟังไปเลย

มีเพลงนึง Comfortably numb ที่อยู่ในแผ่นที่ สอง หน้าแรก เพลงสุดท้าย ถ้าเป็นแผ่น ซีดี ก็ แผ่นที่สอง เพลงที่ 6 เพลงนี้ เนื้อเพลง ดนตรีบรรยายให้อารมณ์ คนที่กำลังเมา แล้วรู้สึก กำลังใกล้ตาย ได้อย่างดี เหมือนพี่เดช  แกกำลังใกล้ ๆ จะทิ้งตัว นอนให้ยุงกัด
 
ชุดนี้เป็นการบรรยายความรู้สึกส่วนหนึ่ง ที่ในวงเอง มีปัญหาสะสม กันมาตั้งแต่ชุด ก่อนหน้านั้น โดย water เองก็เหมือน ตัวเองสร้างกำแพง ปิดกั้นตัวเองระหว่างเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นการแสดงออกส่วนหนึ่งออกมาใน งานเพลงชุดนี้

งานของ Water เองจะเป็นออกในแนว เครียด ต่อต้านสังคม ไม่ค่อยมองสายลม แสงแดด ความสวยงามของโลก อย่างชดก่อน ๆ
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
หลังจากชุดนี้ออกมา Water ก็มีไอเดีย อีก โดยเอาแนวคิดในชุด the wall มาสร้างเป็นหนังในปี 1982 ชื่อว่า Pink Floyd - The wallโดยทำเป็นเหมือนกึ่งหนัง กึ่งละครเพลง  โดยไปเอา Bob Geldof มาแสดงเป็น Pink ตัวละครในเรื่อง

ท่าน Sir Bob Geldof นี่ถ้าคนเคยสนใจฟังเพลงจากทางฝั่งอังกฤษ  น่าจะรู้จัก  เป็นนักร้องนำ ของวง Boomtown Rats บ้านเรา น่าจะรู้จักกันในวงจำกัด พอสมควร หลายสิบปีที่แล้ว (ไม่น่าต่ำกว่า ยี่สิบปีนะ) เคยมาเล่นเมืองไทย

หนังเรื่องนี้ ขนาดพอรู้ภูมิหลังมาบ้าง ดูแล้ว ก็ปวดกบาลมาก  แล้วก็เจ๊ง ครับ คนแสดงเอง ขนาดเป็นเพื่อนกัน ยังบอกว่า ตรูหลวมตัวไปเล่น เรื่องบ้า ๆ บอ ๆ งี้ได้ไงฟะถ้าเป็นหนังสมัยนี้ ก็เหมือน กับเล่นผสมกับ แอมมิเนชั่น 

ที่เห็นชัด ๆ ในบางช่วงกลางของหนัง เป็นการจำลอง สภาพทางจิต ของ Sydd Barrett มาคือ การโกนหัว โกนคิ้ว ในตัวละคร นั่นล่ะ

สรุปดูแล้ว ปวดกบาล
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
ขอกระโดดข้ามไป ปี 1990 แล้วกันครับ หลังจากแยกย้ายกันไป Dick Mason, Dave Gilmour, Richard Wright ก็ยังคงทำงานด้วยกันในนามของ Pink Floyd

Roger Water ก็แยกออกมาทำงานเดี่ยว โดยในปี 1990 นี้ ก็เกิดเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามเย็น อย่างเป็นทางการระหว่าง รัสเซีย กับอเมริกา

โดยในปี 1989 กอร์บาชอฟ รัสเซีย ซึ่งมีอิทธิพลในฝั่งเยอรมันตะวันออกได้ อนุญาตให้มีการ เคลื่อนย้ายจากฝั่งเยอรมันตะวันออก ไปสู่เยอรมันตะวันตกต่อมาในปี 1990 ได้มีการรวมเยอรมัน ทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน อย่างเป็นทางการ

ซึ่งกำแพงเบอร์ลินได้ถูกทุบ เพื่อเปิด ทั้งสองฝั่ง เป็นสัญญลักษณ์ ของการรวมประเทศทั้งสองฝั่งอย่างเป็นทางการ

Roger Water ได้จัดคอนเสิร์ทการกุศล ที่กรุงเบอร์ลิน ตรงบริเวณกำแพง เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแบ่งเบอร์ลิน ออกเป็นสองฝั่ง ตั้งแต่ปี 1964 เป็นต้นมา

The Wall Live in Berlin เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก ไม่ว่าจะเป็น ระบบเสียง เวที่ ที่ใหญ่มาก ให้คนสามารถไปเดินสวนสนาม ได้เป็นร้อย รถยนต์ วิ่่งขึ้นวิ่งลงได้

เวทีน่าจะยาว ประมาณ สองร้อยเมตร ขึ้น เพราะ กำแพงจำลองที่น็อคดาวน์ ก็ยาว ร้อยเจ็ดสิบเมตรขึ้น ความสูง กำแพงจำลอง ยี่สิบห้าเมตร   ลองหาดูครับ อลังการ งานสร้างจริง ๆ

มีศิลปินมาร่วมงาน ที่ผมพอจะรู้จัก บ้างก็ senade o conour, van morrison, scorpion เป็นต้น

คนดูที่ ดูในรอบตีตั๋วดู ก็ราว ๆ สามแสนคน  รอบดูฟรี ว่ากันว่า ราว สองล้านคนได้

เริ่มเปิดคอนเสิร์ท ด้วย วงดังที่เรารู้จักกันดี คือ scorpion จาก In the flesh เล่น cover จากนั้นก็เรียง เพลงแทบจะตามแผ่น การ คอมโพสเพลงสำหรับแสดงสด นี่ มันมาก รวมถึงอุปกรณ์ประกอบ

เป็นชุดที่ ผมแนะนำอย่างมากให้หา dvd มาเก็บไว้ดู ถือว่านอกจากเสพงานศิลป์ ด้านดนตรี แล้วยังเป็นประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาหนึ่งด้วย   ดูจากเครื่องเสียง ดี ๆ  ภาพชัด ๆ สวย ๆ  ปิดบ้านด้วยนะครับ
เดี๋ยวโดนขว้างหลังคา

ใครมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด อยู่ในสวน ไม่รบกวนใคร เปิดเป็นหนังกลางแปลง ก็จะได้ อรรถรสอีกแบบ
หรือได้ หูฟัง พร้อมชุด เครื่องเสียง ดี ๆ นี่  จะได้เรื่องของมิติ ที่ไม่ต้องไปจัด ลำโพง จัดอะไรให้ยุ่งยาก


ตัวอย่างนะครับ เริ่มจาก เปิด โดย Scorpion

http://www.youtube.com/watch?v=Acc_aK_bcRA

http://www.youtube.com/watch?v=892p9cO6ERk
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
แล้วในชุดที่ 12 The Final cut ก็มาถึงจุด ที่ต่างคน ต่างไป ชุดนี้  Roger Water เป็นคนจัดทำเกือบทั้งหมด โดยไม่มี Richard Wright ร่วมงาน

สมาชิกคนอื่น ๆ ก็มี มาร่วม แต่น้อยมาก เช่น Gilmour ส่วนใหญ่ เป็นนักดนตรี รับจ้าง ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของ Pink Floyd ในยุค คลาสสิค   

Pink Floyd ยุคคลาสสิค สิ้นสุดลงในปี 1982   

หลังจากนั้นก็มีการต่อสู้กันในศาล ในการใช้ชื่อวง สุดท้าย   สมาชิกดั้งเดิมทั้งสามคน โดย Dick Mason  David Gilmourและ Richard Wrignt ได้รวมวงกันต่อไปโดยใช้ชื่อ Pink Floyd

ส่วน Roger Water ก็ใช้ชื่อ The wall

ในความเห็นผม จากที่ฟัง มาไม่หมดทุกชุด ชุดตั้งแต่ The Wall เป็นต้นมา ที่ Water เป็นคนทำเพลงส่วนใหญ่ ค่อนข้างจะเก็บกดรุนแรง ต่อคนรอบข้างมากไปชุดก่อน ๆ นั้น เหมือน จะเคลิ้ม ๆ   ไปกับ ดอกไม้ สายลม แสงแดด มากกว่า
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
ต่อมา Pink Floyd ในนามของสมาชิกที่เหลือ คือ Dave Gilmour, Nick Mason, Richard Wright ก็ออกผลงานออกมามีทั้งชุด studio record และอัลบั้ม แสดงสด หลายครั้ง
และแต่ละคน ก็มีผลงานเดี่ยวออกมาเช่นกัน

แต่ที่โดดเด่น กว่าเพื่อน ที่มีแสดงสดเดี่ยว หลาย session ก็พ่อหนุ่มผมยาว Dave Gilmour ซึ่งปัจจุบันผมก็หายไปตามวัย  ตอนนี้ เกรียนหมดทั้งหัว

Roger Water เอง แกก็มีความสุข กับ The Wall ของแก  แต่ยังไว้ผมใกล้เคียงกับของเดิมอยู่
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
หลังจากแยกย้ายกันไป นานถึงกว่า ยี่สิบปี ในปี 2005   เพื่อนเก่า Bob Geldof คนที่แสดงหนัง The Wall ก็ติดต่อให้มา Reunion กันอีกครั้ง โดยว่ากันว่า Roger ติดต่อโดยเชื่อมโยงจาก Dave เพราะถ้าให้ Roger คุยเอง มีหวังเละ  เนื่องจากในอดีต ก็มีเหตุกันอยู่

ในที่สุดก็มา Reunion กันได้ ในการแสดงสด ทุกคนกลับมาร่วมกัน แต่เป็นงานเฉพาะกิจ โดยมีสมาชิก Dave Gilmour, Roger Water, Dick Mason,Richard Wright ครบวง ใน Live 8 ที่ London ในปี 2005

ซึ่ง Water ก็ได้กล่าวถึง เพื่อนยุคดั้งเดิม คือ Sydd Barrett ในการแสดงสด  ส่งผ่านเพลง  Wish you were here เป็นความหมาย

แต่ก็มีความพยายาม ของโปรโมเตอร์ที่จะให้กลับมารวมอีกครั้ง นั่นหมายถึง ผลกำไร จำนวนมาก แต่สมาชิก ทุกคนก็ สนใจจะทำงานเดี่ยวตัวเองมากกว่า 

และในปี 2006 Sydd Barrett ก็เสียชีวิต ซึ่งก็มี การถ่ายทำสารคดี เชิงอัตตะชีวประวัติ เชื่อมโยง กับ Pink Floyd ลองหาดูใน ยูทูบครับ

ต่อมาในปี 2008 Richard Wright ก็เสียชีวิต  เท่ากับว่า Pink Floyd ยุคคลาสสิค หายไปอีก 1 คน

สมาชิกที่เหลือ ทุกคน เหมือนกับ มองสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาในชีวิต มีทั้งสิ่งที่ สุข สมหวัง ผิดหวัง คละเคล้ากันไป  ทุกครั้งที่มีการเล่นเพลง Wish You Were Here
แต่ละคน ก็จะกล่าวถึง คนที่เคยร่วม ทุกข์ ร่วมสุขกันมา ทะเลาะกันบ้าง ดีกันบ้าง ด่าพ่อ ด่าแม่ กันบ้าง  ถึงเวลาก็แยกย้ายกันไป  ตามเส้นทางของแต่ละคนมันทำให้ เพลงนี้มีมนต์ขลังทุกครั้ง

ลองหา dvd มาดูครับ live 8 ที่ london ใน ยูทู้บ โดนลบหมดแล้ว มีแต่ตอนซ้อม

ณ เวลานั้นคนที่ร้องเพลงนี้เป็นคนสุดท้าย  ผมยังคาดเดาไม่ถูกว่า เขาจะร้องด้วย อารมณ์ที่บรรยาย ถึงสิ่งที่ผ่านมา ผ่านไป หรือนึกถึง สิ่งที่ทำร่วมกันมา หรือ ร้องด้วยอารมณ์ที่นึกถึง คิดถึง  ถึงแม้ จะเป็นชอบ หรือไม่ชอบ กันมาก็ตาม  หรือว่า ร้องด้วยอารมณ์ที่ ว่าอีกไม่นานก็จะตามกันไป
ถึงแม้จะเคย ทะเลาะกันมาก็ตาม แต่ ณ เวลาหนึ่ง ก็ยังรำลึกถึง กันอยู่   

ถ้าจะคิดให้ใกล้ตัว เหมือนตอนเรียนหนังสือ ถ้าเรียนไม่จบสี่ปี  ในปีที่ห้า ที่เรียน จะรู้สึกว่า เพื่อน ๆ หายไปกันหมด ถึงแม้จะ ทะเลาะกันบ้างด่ากันบ้าง  ในบางอารมณ์ ก็จะเหมือน โดดเดี่ยว  เหงา ๆ 

ลองหยิบเพลง Wish you were here มาฟังดูครับ หาหลาย ๆ version ในแต่ละการแสดงสด ได้อารมณ์หลาย ๆแบบ

สมาชิก Pink Floyd คนที่ร้องเพลงนี้ เป็นคนสุดท้าย อาจจะเป็นคนที่นั่งทบทวน สิ่งที่ผ่านมา ผ่านไป และอาจจะสื่ออารมณ์ ความหมายอันเป็นที่สุดของอารมณ์ ได้หมดจด

และนั่นคือ Final Cut ของแต่ละคน ที่ผ่านมา พบกัน ร่วมกัน แล้วก็แยกย้าย กลับมาพบกัน แล้วสุดท้าย ก็จากกันไป
----> Rock and Roll can never die <-----

Offline k9

  • Administrator
  • บ้า..เกินพิกัด
  • *********
  • Posts: 1,043
  • Rock and Roll Can never Die
ก่อนจะปิดกระทู้นี้ อยากให้เห็น Astoria recording studio ของ Dave Gilmour ที่สวยงามมาก
ที่นำเอาเรือ มาดัดแปลง สร้างเป็น Studio บันทึกเสียง 

โดยอยู่ที่แม่น้ำ Thames แถว ๆ ที่อยู่ของแฟนเก่า พี่โตนั่นเอง 
----> Rock and Roll can never die <-----